ทันตกรรมส่งเสริมป้องกัน

  • ข้อมูลเบื้องต้น
  • ตรวจสุขภาพฟันและช่องปาก
  • การดูแลสุขภาพช่องปาก
  • การเคลือบฟลูออไรด์
  • การเคลือบหลุมร่องฟัน

ข้อมูลเบื้องต้น

สุขภาพปากและฟันที่ดีเป็นทางผ่านไปสู่การมีสุขภาพร่างกายที่ดี

โรคทางระบบหลายโรคดังต้อไปนี้ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับโรคในช่องปากและฟัน

    • โรคหัวใจโรคอ้วน

    • โรคอัลไซเมอร์

    • โรคเส้นเลือดในสมองฝ่อ

    • โรคเบาหวาน

    • โรคหยุดหายใจตอนกลางคืน

    • มะเร็ง

    • โรคทางระบบหูคอจมูก

ดังนั้นการดูแลสุขภาพปากและฟันให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมปรกติ จะเอื้อประโยชน์โดยรวมให้คนไข้ได้

ตรวจสุขภาพฟันและช่องปาก

สุขภาพฟันเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญสำหรับความเป็นอยู่ของเรา การดูแลที่เหมาะสมแม้ปัญหาเล็กน้อยเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากจะช่วยป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาทางทันตกรรมที่ร้ายแรงอื่น ๆ

แนะนำให้ตรวจสุขภาพเป็นประจำ ซึ่งรวมถึงการตรวจทางช่องปากและการเอกซเรย์

การตรวจเอกซเรย์แบบพานอรามิก โดยส่วนใหญ่จะพิจารณาสำหรับกรณีที่ต้องตรวจเช็คทั้งช่องปาก

การตรวจเอ็กซเรย์แบบ bite wing คือการตรวจเช็คฟันผุตามซอกฟัน

ทันตแพทย์จะตรวจเช็คปัญหาฟันโดยรวม เช่น ฟันผุ, เหงือก, คู่สบ และอื่นๆ รวมไปถึงการดูแลช่องปากอย่างเหมาะสมที่บ้าน

การดูแลสุขภาพช่องปาก

การดูแลสุขภาพในช่องปาก ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของการดูแลสุขภาพร่างกาย และเป็นการเสริมสร้างบุคลลิคภาพที่ดี สร้างความมั่นใจในตัวเองและดำเนินชีวิติประจำวันได้อย่างเป็นสุข

ปากและฟันที่ดีมีส่วนให้คนเรามีรอยยิ้มได้ สามารถทานอาหารได้เป็นปรกติ พูดคุยเข้าสังคม ทำกิจกรรมต่างๆได้

วิธีการดูแลสุขภาพช่องปากทีดี

  • แปรงฟันอย่างวิธี
  • ใช้ไหมขัดฟันร่วมกับการแปรงฟัน
  • ใช้ฟันให้ถูกหน้าที่ ในการเคี้ยว บด กัด อาหารอย่างเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการใช้ฟันผิดหน้าที่ เช่นกัดฉีกวัสดุ ของแข็ง
  • พบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจเช็คสุขภาพปากและฟันอย่างน้อยทุก หกเดือนหรือตามแต่ที่ทันตแพทย์แนะนำ

การแปรงฟันอย่างถูกวิธี

การแปรงฟันที่ถูกต้องควรใช้เวลาอย่างน้อย 2 นาที หรือ 120 วินาทีนั่นเอง คนส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ใช้เวลากับการแปรงฟันนานขนาดนั้น เพื่อที่จะควบคุมเวลา ควรจะใช้นาฬิกาจับเวลามาช่วย และเพื่อการแปรงฟันที่ถูกต้อง ควรสะบัดข้อมืออย่างสั้นๆ เป็นจังหวะ และอ่อนโยน โดยให้ความเอาใจใส่กับแนวเหงือก ฟันซี่ในที่แปรงยาก และบริเวณรอบๆ ฟันที่อุดหรือครอบ การทำความสะอาดแต่ละส่วนควรเป็นดังต่อไปนี้:

  • ทำความสะอาดด้านนอกของฟันบนจากนั้นต่อด้วยฟันล่าง
  • ทำความสะอาดด้านในของ ฟันบนจากนั้นต่อด้วยฟันล่าง
  • ทำความสะอาดบริเวณที่ใช้บดเขี้ยวอาหาร
  • เพื่อให้มีลมหายใจที่สดชื่น อย่าลืมทำความสะอาดลิ้นด้วย

วิธีการแปรงฟัน

  • วางแปรงสีฟันให้ทำมุม 45° กับร่องเหงือก กดแปรงให้ขนแปรงเข้าไปตามส่วนโค้งเว้าซอกฟันได้ ควรมองกระจกขณะแปรง
  • เคลื่อนแปรงสีฟันไปด้านหน้าและด้านหลังในลักษณะขยับหรือสั่น ไม่เคลื่อนแรงในลักษณะถูไถ ทำแบบนี้ซ้ำกันกับฟันทุกซี่
  • แปรงผิวด้านในของฟันแต่ละซี่ โดยใช้เทคนิคด้านหน้าและด้านหลัง
  • แปรงผิวฟันส่วนที่บดเคี้ยว (ด้านบน) ของฟันแต่ละซี่โดยกดขนแปรงให้จรดลงบนร่องฟันด้วย
  • ใช้ปลายแปรงสีฟันทำความสะอาดด้านหลังฟันแต่ละซี่ โดยขยับแปรงไปด้านหน้าและด้านหลัง บนและล่าง และขึ้นลง
  • แปรงลิ้นเพื่อกำจัดคราบขาวที่เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปากออกได้เบาๆ

การใช้ไหมขัดฟัน

การใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกต้องจะช่วยขจัดคราบแบคทีเรีย และเศษอาหารในที่ที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึง เช่น บริเวณขอบเหงือก หรือระหว่างซอกฟัน ควรทำความสะอาดซอกฟันเป็นประทุกวันเพื่อลดปัญหากลิ่นปาก โรคเหงือก และโรคฟันผุได้ เพียงครั้งแรกที่เริ่มใช้ ก็รู้สึกดีได้ทันที สุขภาพเหงือกดีขึ้น ช่วงแรกๆที่ใช้อาจรู้สึก ไม่ถนัด แต่หากพยายามใช้ต่อไปอย่างสมำ่เสมอ ก็จะเกิดความเคยชินมากขึ้น

ไหมขัดฟันมี 2 ชนิด คือ

  • ไหมขัดฟันชนิดไนลอน (มัลติฟิลาเมนท์)
  • ไหมขัดฟันชนิด PTFE (โมโนฟิลาเมนท์)

ไหมขัดฟันชนิดไนลอนแบ่งแยกออกเป็น 2 แบบ คือ เป็นแบบเคลือบแว๊กซ์และไม่เคลือบแว๊กซ์ ซึ่งมีให้เลือกหลายรสชาติ
ไหมชนิดนี้จะประกอบด้วยเส้นใยไนลอนบางๆ หลายเส้นรวมกัน ถ้าใช้ในบริเวณฟันที่เบียดกันแน่นมากๆ เส้นไหมอาจขาดได้ ส่วนไหมขัดฟันชนิด PTFE ที่มีราคาแพงกว่า แต่มีคุณสมบัติทนทานมากกว่า สามารถเลื่อนเข้าสู่ซอกฟันที่เบียดชิดกันได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีไหมขัดฟันชนิดพิเศษ เช่น ไหมสำหรับผู้จัดฟัน หรือผู้ที่ใส่สะพานฟัน แนะนำให้ได้รับคำปรึกษากับทันตแพทย์ของท่าน เพื่อการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีของคุณ

การใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี

  • ดึงไหมขัดฟันความยาวประมาณ 15-20 นิ้วตามแต่ถนัด พันรอบนิ้วกลางทั้งสองข้างหลวมๆ โดยเหลือเส้นไหมที่ใช้ขัดฟันประมาณ 2-3 นิ้ว ระหว่างนิ้วกลางทั้งสองข้าง
  • ใช้นิ้วหัวแม่มือ หรือนิ้วชี้จับไหมขัดฟันแล้วค่อยๆ เลื่อนเส้นไหมลงระหว่างซอกฟันเบาๆ ในลักษณะโอบ 360องศารอบตัวฟัน หรือโค้งรอบตัวฟันเป็นรูปตัว U เพื่อไม่ให้บาดเหงือก
  • ถูไหมหน้าหลังๆในแนวนอนคล้ายๆกับใช้ผ้าเช็ดตัวถูหลัง จนไหมค่อยๆเลื่อนลงล่างเข้าไปในร่องเหงือก และรูดเอาเศษอาหารที่ติดตามซอกฟันออกมาในแนวนอน

การเคลือบฟลูออไรด์

กว่า 70 ปี ของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องว่าระดับฟลูออไรด์เหมาะที่จะผสมน้ำ ซึ่งมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุอย่างน้อย 25% ทั้งของเด็กและผู้ใหญ่

ประโยชน์จากฟลูออไรด์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ฟลูออไรด์ช่วยเสริมสร้างผิวเคลือบฟันให้แข็งแรง เพื่อยับยั้งฟันผุ

หลังฟันขึ้น ฟลูออไรด์จะช่วยเคลือบฟันที่ไม่แข็งแรง และต้านฟันผุ เมื่อคุณแปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทันตกรรมฟลูออไรด์อื่นๆ

นอกจากนี้ ฟลูออไรด์ที่ได้รับมาจากอาหารและเครื่องดื่มจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของน้ำลายของน้ำลายที่คืนกลับมาเคลือบฟันที่ไม่แข็งแรงไว้ได้

ข้อบ่งชี้ว่าอาจจำเป็นต้องใช้ฟลูออไรด์

  • สุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี
  • โรคฟันผุ
  • การกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
  • ใช้ยาเสพติดหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ไม่ได้รับการดูแลจากทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญ
  • การรักษาการในจัดฟัน
  • ฟันผุลึก ก่อให้เกิดแบคทีเรียในปาก

ประเภท

  1. แบบถาด
  2. แบบทา
  3. น้ำยาบ้วนปาก
  4. เม็ดฟลูออไรด์รับประทาน

ข้อดี

  • ช่วยฟื้นฟูผิวฟันที่เสื่อมสภาพให้ต่อต้านฟันผุ

ข้อเสีย

  • อาจเกิดการคลื่นไส้หรืออาเจียนสำหรับการเติมฟลูออไรด์ในน้ำ
  • ฟันตกกระ หรือมีจุดสีขาวบนผิวฟันด้วยการใช้ฟลูออไรด์มากเกิน

การเคลือบหลุมร่องฟัน

การเคลือบหลุมร่องฟัน คือการใช้เรซินบาง ๆ มาเคลือบหลุม และร่องของฟันกราม เพื่อป้องกันการฟันผุบนผิวฟัน โดยมากพิจารณาทำในรายคนไข้ที่ฟันมีหลุมร่องฟันลึกมาก

ส่วนใหญ่ฟันผุจะอยู่ที่ฟันกรามหลัง เริ่มจากร่องและหลุมของผิวฟัน เนื่องจากเป็นจุดที่สามารถกักเก็บเศษอาหารได้และขนแปรงสีฟันอาจเข้าไปไม่ถึงก้นหลุมร่องฟัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีแรกหลังจากที่ฟันขึ้น

การเคลือบหลุมร่องฟันถือเป็นหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการฟันผุบนผิวฟัน แม้ว่าจะยังคงเป็นไปได้ว่าฟันผุตามขอบของส่วนเคลือบหลุม แต่จะเป็นไปได้โดยช้า ความรุนแรงน้อยกว่าโดยรวมแล้วสารเคลือบหลุมร่องฟันช่วยลดโอกาสในการเกิดฟันผุได้